
|
1672 พาเที่ยว - ปะการังสีทอง |
|
ท่านคงเคยทราบข่าวปะการังสีทองมาบ้างนะคะ เป็นเรื่องที่ฮือฮามากเมื่อเดือนมิถุนายน ศกนี้ ปะการังที่ว่านี้มิใช่สายพันธุ์ใหม่ของท้องทะเลไทยแต่อย่างใด แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติจะทำให้ปะการังอ่อนหนังเกิดการฟอกสีจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีเหลืองทอง และการที่อุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นนี้ เราเรียกว่าปรากฏการณ์ ลานินญ่า ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน
ครั้งนี้พวกเราชาว 1672 และดิฉันรวม 10 ชีวิตได้มีโอกาสเดินทางไปพิสูจน์เรื่องนี้กัน โดยเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 08.00 น. ใช้เส้นทางหลวงพิเศษ ( motor way ) สายกรุงเทพ ชลบุรี พัทยา มุ่งหน้าสู่ อ.สัตหีบ เพื่อเดินทางต่อไปยังค่ายมหาเจษฎาราชเจ้า อันเป็นที่ตั้งของปะการังสีทอง ซึ่งห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 51 กิโลเมตร เส้นทางเดียวกับทางที่จะไปท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ระหว่างทางจะผ่านจุดสังเกต คือเมื่อวิ่งไปถึงเส้นทางที่จะไปสนามบินอู่ตะเภาและตลาดสัตหีบ ให้สังเกตป้ายใหญ่กลางถนนเขียนว่าไปสนามบินอู่ตะเภา จะต้องเลี้ยวซ้ายไปทางระยองตามป้ายทางหลวง เส้นนี้จะผ่านกองเรือยุทธการ (อยู่ขวามือ) จากนั้นให้วิ่งตรงไป สังเกตด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอก บ้าน ก.ม. เรื่อยไปตั้งแต่ 1 ถึง 6 บริเวณ บ้านก.ม. 6 ให้สังเกตขวามือจะเห็นอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นปากทางเข้าค่ายมหาเจษฎาราชเจ้าพอดี จากนั้นขับตรงไปเล็กน้อยแล้วให้ U-turn ที่ บ้านก.ม. 7 แล้วเลี้ยวเข้าไปทางอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านทางรถไฟจนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายจะเห็นค่ายเจษฎามหาราชเจ้าอยู่ทางขวามือ ที่นี่ต้องแลกบัตรประชาชนเพื่อผ่านเข้าไปข้างในด้วยคะ
เมื่อไปถึงต้องซื้อตั๋วสำหรับชมปะการัง ท่านละ 30 บาท แล้วลงเรือท้องกระจกซึ่งมีบริการอยู่ 1 ลำ เรือยาง 2 ลำและเรือท้องแบน (ไฟเบอร์กลาส) 2 ลำ จุได้ 10 คน ใช้เวลาดูรอบละ 20 นาที แต่ขอแนะนำว่าถ้าไม่ใช่เรือท้องกระจกจะชมปะการังสีทองไม่ชัดเจน เพราะต้องมองจากบนผิวน้ำ ซึ่งจริง ๆ แล้วนักท่องเที่ยวสามารถใส่หน้ากากดำน้ำและเสื้อชูชีพเพื่อชมปะการังได้ แต่ทางค่าย ฯ ไม่อนุญาตเนื่องจากเกรงว่านักท่องเที่ยวจะไม่ชำนาญในการใช้อุปกรณ์และการลอยตัว อาจส่งผลกระทบต่อตัวปะการังได้ จึงให้บริการเป็นเรือแทน ส่วนจุดที่เป็นปะการังสีทองอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 50 เมตร มีอาณาเขตประมาณ 1,000 ตารางเมตรค่ะ
นอกจากจะได้เห็นปะการังสีทองแล้ว บริเวณนี้มีปะการังที่นักท่องเที่ยวสามารถชมได้อีก เช่น ปะการังแข็ง ( ปะการังผักกาด ปะการังเขากวาง ) ปะการังโขด ปะการังอ่อนหนัง และปลาสวยงามต่าง ๆ เช่น ปลาผีเสื้อจมูกยาว ปลาวัว ปลานกขุนทอง เม่นทะเล ปลิงทะเล แต่ไม่ยักเห็นปลาการ์ตูนทั้ง ๆ ที่ก็มีกอดอกไม้ทะเลอยู่หลายจุด ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าสภาพความสมบูรณ์ของพืชและสัตว์เสื่อมโทรมลง หรืออยู่ในขั้นวิกฤติที่ปลาไม่สามารถอาศัยอยู่ในแนวปะการังนั้น ๆ ได้ เพราะปริมาณของปลาเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพของปะการังและสภาพแวดล้อมในแนวปะการังด้วย เป็นระบบเกื้อหนุนกันนั้นเอง หากความสมดุลของอย่างใดอย่างหนึ่งเสียไปก็จะมีผลกระทบกับอีกสิ่งหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งสมควรที่จะให้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตรวจสอบ ศึกษาและทำวิจัยถึงระบบนิเวศน์ของแนวปะการังบริเวณนี้โดยด่วนที่สุดนะคะ เพราะลำพังแค่ปะการังเปลี่ยนเป็นสีทองนั้นก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่าโลกเรากำลังอยู่ในขั้นวิกฤติเพียงใด ไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่ายินดีอย่างที่คิดกันเลย ร้อนถึงตัวดิฉันที่ต้องอธิบายให้หลายคนเข้าใจใหม่ในฐานะที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล (วิญญาณนักอนุรักษ์เข้าสิงในบัดดล) ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องใส่ใจ ตระหนักและดูแลธรรมชาติให้มากขึ้น มิใช่ไปทำลายสิ่งแวดล้อมให้แย่ลงจากความรู้เท่าไม่ถึงการแบบนี้ ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งต้องเข้ามาดูแลอย่างจริงจังและให้ความรู้เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรของชาติให้ดีขึ้น เพื่อให้การท่องเที่ยวของเรายั่งยืนสืบไปค่ะ
|
| |
ปะการังสีทอง จ.ชลบุรี |
|
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมในความงามและความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำ วันนี้ไม่ต้องไปถึงทะเล อันดามันแล้วค่ะ เพียงใช้เส้นทางสายสุขุมวิทแล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองพัทยาก่อน หลังจากนั้นขับรถเลยไปประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งเป็นเส้นทางสายสัตหีบ-ระยอง เพื่อจะไปที่ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า เมื่อขับรถไปจะสังเกตเห็นป้ายบอกทาง หมู่บ้าน กม. 7 อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือจะพบอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ตั้งตระหง่านอยู่ ให้คุณกลับรถตรงป้ายหมู่บ้าน กม. 7 ได้เลย ขับมาประมาณ 200 เมตร จะเห็นป้ายค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้าอยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวรถเข้าประตูไปแล้วจะพบกับป้อมทหาร ซึ่งต้องมีการแลกบัตรก่อน
เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ขับรถเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร เราก็จะพบกับหาดทรายขาวตามแนวต้นสนพร้อมกับน้ำทะเลสีครามใส มองไปในทะเลจากฝั่งประมาณ 300 เมตร จะเห็นเงาดำๆ ซึ่งเป็นแนวปะการังสีทองนั่นเอง การชมปะการังสีทองที่นี่คุณจำเป็นต้องมองผ่านเรือท้องกระจกเท่านั้นนะคะ เพราะยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำชมเองค่ะ ลักษณะของปะการังสีทองจะเป็นพุ่มมีรูปร่างและขนาดต่าง ๆ กัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ปะการังเกิดโดยเมื่อแรกเกิดจนถึง 3วันจะมีสีเหลืองนวล แต่ถ้าเริ่มวันที่ 4 จะมีขนอ่อนสีน้ำตาลบริเวณรอบ ๆ จนกระทั่งเข้าวันที่ 7 ปะการังจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด
การพานักท่องเที่ยวออกไปชมปะการังนั้น จะแบ่งเป็นรอบ ๆ ค่ะ แต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที มีเรือแบบต่าง ๆ ไว้บริการ เช่น เรือท้องกระจกขนาดใหญ่ คิดค่าบริการคนละ 30 บาท นั่งได้ 30 คน เรือท้องกระจกเล็กเที่ยวละ 300 บาท นั่งได้ 5 คน เรือยาง เที่ยวละ 200 บาท นั่งได้ 5 คน เรือไฟเบอร์กลาสเที่ยวละ 100 บาท นั่งได้ 3 คนค่ะ สำหรับเรือยางกับเรือไฟเบอร์กลาส ต้องมองดูปะการังจากด้านข้างของเรือนะคะ แต่แนะนำให้ใช้เรือท้องกระจกจะดีกว่าค่ะ ถ้ามาเป็นหมู่คณะและต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถเหมาเรือท้องกระจกได้ค่ะ ราคาลำละ 300 บาท จุคนได้ 12 คน การเดินทางไปชมประการังสีทองนั้น ชมได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ แต่ถ้าได้ไปชมในวันที่ฟ้าเปิดแดดดี ก็จะได้ยลโฉมประการังสีทองได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นนะคะ ปะการังสีทองเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่รอให้คุณมาสัมผัสอยู่ค่ะ
|
| |
|